madrid

madrid เอาชนะเอสปันญ่อล 2-0 ทำสถิติที่คู่ควรกับชัยชนะ

 

Madrid เอาชนะเอสปันญ่อล 2-0 ในบ้าน และเก็บชัยชนะ 4 เกมลีกติดต่อกันได้อย่างแข็งแกร่ง และเกมลีกเยือนของเอสปันญ่อลไร้ชัยชนะ 3 ติดต่อกัน ในเกมนี้ วาราน ทำประตูแรกของฤดูกาล เบนเซม่าส่งแอสซิสต์และประตูได้ส่วน เมนดี้ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามก่อนจบเกม

มาดริดล่าสุด ชนะ 1,700 ครั้งในประวัติศาสตร์ลา ลีกา ทำให้เป็นทีมแรกที่ชนะมากกว่า 1,700 เกม ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ล้ำค่าอย่างมาก ในประวัติศาสตร์สโมสร มาดริดยิงเอสปันญ่อลได้ถึง 40 ประตูเกมเหย้า นอกจากนี้ เอสปันญ่อลยังเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูได้ 40 เกมติดต่อกันที่ ซานเตียโก เบร์นาเบว

เบนเซม่า ยิงไปแล้ว 15 ประตูจาก 18 เกม รวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ และยังคงครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุด 11 ประตูในลีกต่อไป เบนเซทำแอสซิสต์ครั้งที่ 5 ของเขาในลาลีกาในฤดูกาลนี้ โดยเท่ากับเมสซี่ซึ่งเป็นอันดับที่ 1 ในการทำแอสซิสต์ในลีก ลาลีกา

ในอาชีพค้าแข้งในนาม เรอัลมาดริด วาราน ได้ทำประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ Madrid ยิงไปแล้ว 15 ประตูในลีกฤดูกาลนี้ รวมถึง 5 ประตูที่มาจากกองหลัง โดยแบ่งเป็น 3 ประตูจาก รามอส เพียงคนเดียว และ 1 ประตูจาก วาราน และ การ์บาฆาล

เมนดี้ ได้รับใบแดงใบแรกในอาชีพค้าแข้งกับ Madrid และมีผู้เล่น 4 คนถูกไล่ออกจากสนามใน ลาลีกาของฤดูกาลนี้ ซึ่งในลีกปี 2019 มาดริดถูกไล่ออกไปแล้ว 10 คน ซึ่งเป็นใบแดงมากที่สุดในทีมในรอบ 14 ปีที่ผ่านมาหลังปี 2005 และใบแดงมากกว่าทีม ลาลีกา อื่นๆอย่างน้อย 4 ใบ

ทั้งสองทีมเผชิญหน้ากันมาแล้ว 193 เกม มาดริดชนะ 113 เสมอ 36 แพ้ 4 ด้วยคะแนน 409-221 ประตู นับตั้งแต่ปี 1996 เกมเหย้าของมาดริดกับเอสปันญ่อลยังคงไร้พ่าย และพวกเขาชนะ 6 เกมหลังสุด

 

madrid

 

real madrid madrid ปะทะกับ espanyol อย่างดุเดือด

real madrid ใส่ชุดที่ทำขึ้นจากขยะรีไซเคิลเพื่ออนุรักษ์สิงแวดล้อม เล่นในบ้านโดยสวมเสื้อสีเขียว ในนาทีที่ 6 วินิซิอุส บุกเข้าไปในเขตโทษทางปีกซ้าย เขาเลี้ยงบอลและยิงลูกบอลเข้าไปข้างใน ผู้รักษาประตูสกัดไว้ได้ บัลเบร์เด้ ตามมายิงซ้ำและได้พลาดเป้าหมาย

ในนาทีที่ 12 โครส เตะมุมจากทางซ้าย เอสปิโนซา โหม่งบอลเพื่อสกัดกั้น แต่ดันพลาดในการสกัดบอลกลางอากาศ

อู๋เล่ย ได้สกัดบอลผิดเหลี่ยมไปเขาทางฝ่ายตรงข้าม โรดริโก้ ได้ฉกขโมยบอลแล้ววอลเลย์ ลูกบอลกลับเหินเลยข้ามคาน

ในนาทีที่ 27 อู๋เล่ย และ ดาเดล แย่งบอลกันหน้าเขตโทษได้สำเร็จ คาเลรี่ เปิดบอลจากทางซ้ายแล้ว กราเนโรโหม่งบอลตรงไปที่ประตู กูร์ตัวส์ กระโดดไปคว้าบอลด้วยมือเดียว  Madrid เปิดเกมโต้กลับ วินิซิอุส เลี้ยงบอลจากขอบด้านซ้ายของเขตโทษ เขายิงต่ำด้วยลูกเลียด และถูก ดีเอโก้ โลเปซ เซฟไว้ได้

ในนาทีที่ 36 เมนดี้ ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมทางฝั่งซ้าย แต่ถูกแย่งบอลไปได้ เพื่อนร่วมทีมของเขา บัลเบร์เด้ได้ตัดบอลกลับคืนมาได้และได้ยิงบอล แต่ ดีเอโก้ โลเปซส ได้สกัดบอลออกจากเส้นหลังได้

ในนาทีที่ 37 บัลเบร์เด้ และ โทนี้ โครส ส่งบอลให้กันไปมาและแทงบอลให้กับ เบนเซม่า และคาเซมิโร่ทำชิ่งส่งบอลสั้นๆ และจ่ายบอลในแนวทแยง วาราน ยิงลูกเลียดจากทางซ้ายของกรอบเขตโทษเข้าประตู Madrid เปิดสกอร์นำ 1-0 ได้สำเร็จ

ในนาทีที่ 40 วินิซิอุส โดนทำฟาล์วและล้มลงแต่กรรมการ เดวิด โลเปซ กลับไม่ให้ใบเหลืองที่ 2  ทำให้ทีมเยือนไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ในนาทีที่ 42 บอลที่ส่งจากปีกซ้ายของ ดีดัค ถูกขวาง และ หวู่เล่ย ได้ยิงเข้าไปด้านข้างของประตู

ในนาทีที่ 43 วินิซิอุสบุกเข้าไปในเขตโทษ จากนั้นเขาโจมตีด้วยการยิงลูกเลียดจากทางปีกซ้าย และผู้รักษาประตูได้เซฟเอาไว้ได้ ส่วนในช่วงพักครึ่งเกิดมีการทะเลาะวิวาทกันขึ้น เพราะเกิดการเสียดสีกันเล็กน้อยระหว่างทั้งสองทีม

 

ข่าวมาดริด ในช่วงเวลาครึ่งหลังแมนดี้โดนใบแดง

ข่าวมาดริด ในช่วงเวลาเริ่มต้นครึ่งหลัง เมนดี้ ได้ผลัก อู๋เล่ย ผู้เล่นของอัสปัญญ็อล ทำให้  อัสปัญญ็อล ได้ฟาวเป็นลูกฟรีคิก กราเนโร ได้ปั่นลูกฟรีคิกแต่มาดริดเคลียร์ได้ การ์บาฆาล และ คาเรลลี่ ได้ปะทะกันแบบตัวต่อตัว

ในนาทีที่ 53 โรดริโก้ จ่ายบอลตรงไปในแดนหลัง บัลเบร์เด้เคาะบอลไปทางปีกขวาในแนวนอน และ เบนเซม่า บุกเข้าไปในเขตโทษด้วยตัวคนเดียว หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะยิงมุมแขบของประตูแต่ทว่า ดีเอโก้ โลเปซ เซฟได้ด้วยการเหยียดขาออกไปอย่างรวดเร็ว

ในนาทีที่ 55 ดาเดลล์ จ่ายบอลเฉียงจากแดนกลาง อู๋เล่ย ได้บุกเข้าไปในเขตโทษจากปีกขวา และเขายิงเลียดไปที่ประตูอย่างแรง แต่ รามอส ล้มลงไปเคลียร์บอลได้ทันเวลา การ์บาฆาล สกัดลูกยิงของ อู๋เล่ยได้อีกครั้ง เมนดี้เสียบบอลจาก โกเมซ และได้รับใบเหลือง

ในนาทีที่ 65 หวู่เล่ย ถูกเปลี่ยนตัวออกและแทนที่โดยกัมซาโน

ในนาทีที่ 70 วินิซิอุส บุกเข้าไปในกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย จากนั้นเขาได้ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม เบนเซม่า จึงได้ตวัดยิงโดยทันที

ในนาทีที่ 75 ลูกยิงวอลเลย์ของ กัมซาโน ถูกบล็อกไว้ได้ และ 1 นาทีต่อมา โรก้า ยิงวอลเลย์จากด้านหน้าของกรอบเขตโทษ แต่บอลถูกเซฟไว้จาก กูร์ตัวส์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

ในนาทีที่ 79 การ์บาฆาล เปิดบอลจากริมเส้นสนามและ เบนเซม่าได้บอลจากตำแหน่งปีกขวาแล้วจ่ายตรงไปให้กับบัลเบร์เด้ บัลเบร์เด้ได้เคาะบอลกลับไปให้เบนเซม่า  เบนเซมายิงเข้าประตูได้มาดริด นำออกห่างเพิ่มสกอร์ออกไปเป็น 2-0

ในนาทีที่ 82 เมนดี้ เตะเตะน่องของ โกเมซ และถูกกรรมการไล่ออกจากสนามนั้นเป็นใบเหลืองใบที่ 2 ซึ่งเปลี่ยนเป็นใบแดง และ ราชันชุดขาว เหลือผู้เล่น 10 คนในการแข่งขัน ในท้ายที่สุด Madrid เอาชนะเอสปันญ่อล 2-0 และขึ้นเป็นจ่าฝูงลาของลีกาชั่วคราว

หลังจบเกม วาราน กล่าวว่า “นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก เราอดทนมากที่จะทำประตู พยายามเล่นตามจังหวะของเราเอง แต่มักจะพลาดจากการจ่ายบอลในจังหวะสุดท้าย ผมหวังว่าจะช่วยทีม ผมมีความสุขมากที่ทำประตูได้ ทีมยังคุมเกมได้ดีมากหลังจากเหลือแค่ 10 คน การที่ทีมชนะจะทำให้ทีมมีความมั่นใจมากขึ้น ใบแดงของเมนดี้มีปัญหาพอสมควรในช่วงแรกๆแต่ทีมเราก็ทำได้ดี และเรายังคงเก็บคลีนชีทได้สำเร็จ” จากการรายงาน ข่าวที่มา bbcballthai 

 

 

เรอัลมาดริด ผู้เล่น นัดที่เจอกับเอสปันญ่อลเล่นดีแม้เหลือ 10 คน

เรอัลมาดริด ผู้เล่น เริ่มต้นด้วยรูปแบบ 4-3-3 ได้แก่กูร์ตัวส์, การ์บาฆาล, วาราน, รามอส, เมนดี้, บัลเบร์เด้, คาเซมิโร่, โครส, โรดริโก้, เบนเซม่า, วินิซิอุส

เอสปันญ่อล ผู้เล่น เริ่มต้นด้วยรูปแบบ 3-5-2 ได้แก่ดีเอโก้ โลเปซ, ดาวิด โลเปซ, เอสปิโนซา, คาเลโร, โกเมซ, โรก้า, ดาร์เดล, กราเนโร, ดิดัค, คาเรลลี่, อู๋เล่ย

จากสถิติตลอดทั้งเกม อัตราการครองบอลโดยรวมของ Madrid สูงถึง 61% โดยได้เปรียบในการยิง 18-6 ครั้ง ยิงเข้ากรอบ 8 ครั้ง และทำได้ 2 ประตู และประสิทธิภาพเกมรุกเป็นที่ยอมรับได้ โดยพื้นฐานแล้วเจ้าบ้านมีความได้เปรียบในทุกสถิติ และเอสปันญ่อลมีเพียงการยิง 1 ครั้งในครึ่งแรก ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเขย่าขวัญมาดริดที่อยู่ในฟอร์มที่ดี

เซบียาเสมอกับบาเลนเซีย 1-1 ยังคงตามหลังมาดริดต่อไป เซบียาเสมอบาเลนเซีย 1-1 เซบียาที่ไปเยือน เมสตัลลา สเตเดียม ในรอบนี้ เสียโอกาสที่จะลดช่องว่างของแต้มลงระหว่างมาดริด

ในนาทีที่ 7 ทีมเยือนขึ้นนำอย่างกะทันหัน ดิอาคาบี บังเอิญเขี่ยลูกบอลเข้าประตูตัวเอง ระหว่างการเคลียร์บอลหน้าประตู และทำเข้าประตูเอง

ในนาทีที่ 14 ประตูของบาเลนเซียถูกยกเลิกโดยผู้ตัดสินเพราะล้ำหน้า

ในนาทีที่ 38 เซบียาพลาดโอกาสในการทำประตู เมื่อ ราฟาเมียร์ ยิงโดนเสาและกระเด็นออกไป

ในนาทีที่ 44 กูเอเดส ได้โหม่งจากลูกส่งของ กายา ในกรอบเขตโทษ และส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายเพื่อทำคะแนนให้บาเลนเซียตีเสมอ 1-1 ก่อนจบเกม กายา โดนใบเหลืองใบที่ 2 จากการฟาวล์ หลังจบเกมนี้ เซบียารั้งอันดับ 2 ของลาลีกาโดยมี 45 แต้ม และยังมีช่องว่างห่างจากจ่าฝูง เรอัล 4 แต้ม